บ้านเกิดอีสาน ‘เข้ม หัสวีร์’ ชีวิตลำบาก จนไม่กล้าคบเป็นแฟน

Author:

เข้ม หัสวีร์ เป็นพระเอกแถวหน้าของช่อง 7 ฉายาพระเอกติดดิน… กว่าจะถึงจุดนี้ เข้มผ่านชีวิตที่แสนสๅหัสสำหนับคนคนหนึ่ง..พ่อแม่แยกทาง ชีวิตดิ้นร้นจนถึงจะตๅยเพราะอดข้าว…ต้องขอข้าวเพื่อนบ้านคนลาว

กินประทังชีวิต… และที่น่าตกใจ.. สมัยมัธยมต้น เขาโครตเกเs..ต่oยตี และติด 0 ทั้งหมด 42 ตัว ป๊าดดดดด แต่เมื่อเข้าวงการ..ก็กลับไปแก้ 0 แล้วเรียนต่อจนจบ ป.ตรี เพราะเข้ม หัสวีร์ตระหนักดีว่าความรู้คือประตูที่จะส่งเสริมคนได้…

แต่ช่วงนั้นอาจจะเพราะเป็นเด็กที่บ้านพ่อแม่แยกทาง ชีวิตเลยออกนอกทางไป เพราะไม่มีใครคอยช่วยเหลือแนะนำ แต่พอเข้าวงการก็มีคนค่อยแนะนำสิ่งดีๆ

สิ่งเรียนคือการศึกษา..กลับไปแก้ 0 นั้นเอง หัสวีร์ เกิด 21 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ที่จังหวัดบึงกาฬ เขาเป็นลูกคนที่ 2 มีพี่สาวหนึ่งคน จบโรงเรียนมัธยมที่จังหวัดบึงกาฬ

(ขณะนั้นคืออำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย) ปัจจุบันเขากำลังศึกษาปริญญาตรีที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุsกิจบัณฑิตย์ หัสวีร์เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการติดต่อจากโมเดลลิ่งโดยมีการชักชวนแคสติ้งการเป็นนักแสดงและได้รับโอกาสร่วมแสดงละครซีรีส์ ปาฏิหาริย์รัก

ในฐานะนักแสดงร่วมรับเชิญภายหลังเขาได้มีการลงนามปากกาสัญญาในฐานะนักแสดงในสังกัดช่อง 7 เอชดี มีผลงานละครเรื่อง ไฮโซสะออน, จ้าวสมิง เป็นต้น เมื่อในปี พ.ศ. 2562 หัสวีร์มีผลงานละครเรื่อง หัวใจลูกผู้ชายแสดงคู่กับ ทิสานาฏ ศรศึก ในบทบาท “นพ”

และตามด้วยละครแนวแอ็คชั่นเรื่อง ตะกรุดโทน ในละครช่วงที่ออกอากาศได้รับการติชมและในพัฒนาการแสดงมากขึ้นเรื่อยๆเป็นต้น หัสวีร์ได้รับโอกาสร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง รักนะซุปซุป และตามด้วยผลงานที่สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ละครเรื่อง โซ่เวรี

ในบทบาทของ “ปรินทร์” ทำให้เขาเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากขึ้น มีกระแสนิยมทั้งในและต่างประเทศ ตามมาด้วยผลงานมิวสิกวิดีโอเพลง “คำถามจากคนเก่า” และมีผลงานโฆษณากาแฟเบอร์ดี้ร่วมกับ มุกดา นรินทร์รักษ์

ที่ได้กระแสคู่ขวัญต่อยอดมาจากละครอีกด้วย ในปัจจุบันหัสวีร์เป็นพระเอกยุคใหม่แถวหน้าในสังกัดช่อง 7 เอชดี

ปิ๊งสาวคนไหนบ้างไหม “เราชอบเขาแต่ไม่อยากพาเขามาลำบากใจ มันก็มีชอบแหละ ทุกคนก็คงชอบคนหล่อ คนสวยเป็นเรื่องปกติ เราคงเป็นฟีลชอบ ฟีลปลื้มดีกว่า เราคงยังไม่พร้อมมั้ง

ผมถามทุกคนว่า พี่ทำใมหัวใจผมมันแห้งจังเลย มันคงไม่รู้สึกกับใครแล้วมั้ง ด้วยความคิดเราบางอย่างมันโตเกินไป แบบห่างกัน 2-3 ปี ความคิดเรามันเลยเขาไปแล้ว

กลับกลายเป็นว่าเราคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่มีดีกว่า แล้วเราเป็นคนพูดแรง พูดตรง ถ้าเรามีความรู้สึกที่ไม่ดีเราจะพูดไปเลย โดยที่ไม่สนด้วยว่าเขาจะรู้สึกยังไง ถ้าชอบก็คือชอบ ถ้าไม่ชอบก็ไป มันคงเป็นอารมณ์แบบนี้ด้วยมั้งในตัวเราก็เลยยังไม่มีดีกว่า”

“ผมก็ไม่ได้ปิดใจ แต่ถ้าเข้ามาขอให้เข้าใจเราจริงๆ เราก็ต้องการความอบอุ่นนะ ทุกคนก็ต้องการความอบอุ่นในใจเหมือนกัน

แต่ยังไม่มีใครที่เข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่เราไม่มี แบบทั้งถูกใจและถูกต้องเรา ยังไม่มี กลัวเขาเข้ามาแล้วผิดหวัง เราไม่ได้กลัวเราผิดหวังหรอก เพราะเราเป็นแบบนี้”

“สำหรับตัวผมถ้าเปลี่ยนได้ในบางเรื่องเราก็เปลี่ยน แต่ถ้าเกิดว่าเขาเพิ่งเข้ามาแล้วมาขอให้เราเปลี่ยน เราไม่เปลี่ยน คุณต้องรู้จักผมให้ดีกว่านี้ก่อนถึงจะมาบอกให้ผมเปลี่ยนได้”